บทที่ 11 เรื่องที่ไม่ได้ถามเพราะคดี

พนักงานสอบสวนเปิดกระดาษแผ่นใหม่

“ค่อย ๆ เล่านะครับ เริ่มจากตอนรับโทรศัพท์ก็ได้”

นวลละออมองเหรียญบนโต๊ะก่อนเก็บลงกระเป๋า

“ฉันจำเวลาชัด ๆ ไม่ได้ค่ะ ยังไม่มืด พี่โทรมาให้เอาเสื้อคลุมไปให้ที่ป้ายรถใกล้โรงเรียน”

เธอแยกสิ่งที่จำได้ออกจากสิ่งที่ไม่แน่ใจทีละอย่าง

เสื้อคลุมสีอ่อน ถุงพลาสติกจากร้านขายยา และเสียงพี่บอกให้รีบกลับบ้าน

“ได้คุยกับผู้หญิงคนนั้นไหมครับ”

“ไม่ได้คุยค่ะ เขาเปิดประตูรถรอ พี่เอาถุงไปแล้วขึ้นรถเลย”

“เห็นหน้าชัดไหม”

“ด้านข้างค่ะ แต่ฉันไม่มั่นใจว่าจะจำได้หลังผ่านมานานขนาดนี้”

ภูเมืองจดคำตอบโดยไม่เปิดภาพอรพรรณให้ดู เธอกลับเป็นฝ่ายถาม

“สารวัตรคิดว่าเป็นคนเดียวกันหรือเปล่า”

“ยังตอบไม่ได้ครับ ผมอยากเก็บสิ่งที่หมอจำได้ก่อน”

เธอพยักหน้า แล้วเล่าต่อว่ากลับถึงบ้านก่อนแม่ หลังจากนั้นมีสายจากพี่อีก แต่เธอไม่ได้รับ

“ตอนนั้นโกรธค่ะ พี่เรียกไปแล้วก็ไล่กลับ ฉันเดินตั้งไกล”

ปลายนิ้วเธอแตะขอบโต๊ะ

“พอรู้ว่าพี่ตาย ฉันกลัว ถ้าบอกว่าเจอกัน แม่ต้องถามว่าพี่ไปไหน ทำไมฉันปล่อยให้ไปกับคนอื่น”

ในห้องเงียบจนได้ยินเครื่องปรับอากาศตัด

“ฉันเลยบอกว่าอยู่บ้านทั้งวัน”

เจ้าหน้าที่อ่านบันทึกให้เธอฟัง นวลละออขอแก้สองแห่ง ตรงคำว่า ‘จำได้’ ให้เป็น ‘คิดว่า’ และตรงตำแหน่งรถซึ่งเธอไม่แน่ใจว่าจอดเลยป้ายไปมากแค่ไหน

ภูเมืองรอจนเธอตรวจและลงชื่อเสร็จ จึงถามว่าอยากโทรหาแม่ก่อนกลับไหม

“เดี๋ยวฉันโทรเองค่ะ”

เขารับคำ ลุกไปเอาแก้วกระดาษใส่น้ำมาให้

เธอรับไว้ทั้งสองมือ

“สารวัตรไม่ถามหรือคะว่าทำไมเพิ่งพูด”

“หมอเล่าแล้วครับว่ากลัวอะไร”

“แต่ฉันโตแล้ว เป็นหมอแล้วด้วย ยังเงียบมาตั้งนาน”

ภูเมืองนั่งลงอีกครั้ง

“เรื่องคำให้การเดิม เราต้องตรวจให้ครบครับ ผมบอกไม่ได้ว่าทุกอย่างจะง่าย แต่วันนี้หมอมาแก้สิ่งที่รู้ว่าไม่ตรง นั่นช่วยให้เราตามต่อได้”

เธอก้มมองน้ำ ไม่ได้ดูโล่งใจขึ้นทันที แต่ไหล่ที่เกร็งมาตลอดค่อย ๆ ลดลง

“ฉันอยากเป็นคนบอกแม่เอง”

“ครับ ถ้าต้องนัดคุยเพิ่มเติม ผมจะประสานให้หมอทราบก่อน”

ฟ้ามืดแล้วตอนทั้งคู่ออกมาหน้าสถานีตำรวจ

นวลละออหยิบโทรศัพท์จะเรียกรถ ภูเมืองชี้ไปทางรถตัวเอง

“ให้ผมไปส่งนะครับ วันนี้ผมนอนมาแล้ว”

เธอมองเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อ

“กี่ชั่วโมงคะ”

“ 3 ครับ”

“สารวัตรพูดเหมือนเยอะ”

เขาหัวเราะแล้วชะงัก เห็นจ่าเนศเดินมาพอดี

“งั้นให้จ่าเนศขับ ผมนั่งไปด้วย”

จ่าเนศมองหน้าทั้งคู่ ก่อนหันไปมองรถ

“ได้ครับ ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย”

นวลละออหลุดยิ้ม ภูเมืองยื่นกุญแจให้ลูกน้องโดยไม่ตอบ

ระหว่างทาง เธอโทรหาแม่ บอกว่ายังต้องคุยรายละเอียดกับตำรวจอีก และคืนนี้จะกลับไปหา

ภูเมืองนั่งด้านหน้า มองถนน ปล่อยให้เธอคุยจนจบ

พอใกล้โรงพยาบาล เขาถามว่าต้องกลับไปทำงานต่อหรือเปล่า

“ไปเอากระเป๋าค่ะ แล้วกลับบ้าน”

“กินอะไรก่อนดีไหมครับ ตั้งแต่บ่ายยังไม่ได้กินใช่ไหม”

“สารวัตรจำมื้ออาหารทุกคนหรือคะ”

จ่าเนศกระแอม ภูเมืองเหลือบมองแล้วตอบ

“บางคนครับ”

นวลละออหันไปมองนอกหน้าต่าง ไม่ได้ถามต่อ

เขาจึงพูดให้ชัดขึ้น

“ผมอยากชวนหมอกินข้าว แต่วันนี้คงเหนื่อย ไว้วันอื่นก็ได้ครับ”

“จะถามเรื่องคดีต่อหรือคะ”

“ไม่ครับ เรื่องคดีนัดในเวลางานได้”

เธอเงียบไปจนรถติดไฟแดง

“แล้วจะคุยเรื่องอะไร”

“ยังไม่รู้ครับ อยากรู้ว่าหมอชอบอะไรนอกจากงาน”

คราวนี้เธอหันกลับมา เขามองผ่านกระจกตรงกลาง เห็นเธอกำลังมองอยู่จึงหันไปคุยให้ดี

“แต่ผมไม่รับปากว่าจะคุยเก่งนะครับ ถ้าไม่มีแฟ้มอยู่ตรงหน้า”

“นึกว่าสารวัตรคุยเก่งกับทุกคนเสียอีก”

“คนนี้ต้องคิดหน่อยครับ”

จ่าเนศกดกระจกลงเล็กน้อยทั้งที่แอร์ยังเย็น นวลละออมองเขาแล้วก้มยิ้ม

“ไว้ดูวันก่อนค่ะ”

ภูเมืองพยักหน้า ไม่รีบขอวันนัดซ้ำ

นนท์ยังอยู่ในห้องทำงานตอนเธอขึ้นไปเอากระเป๋า เขาช่วยเก็บแฟ้มที่วางแยกไว้ให้ แล้วถามว่าจะกลับอย่างไร

“เดี๋ยวฉันเรียกรถ”

“ผมไปส่งได้นะครับหมอ”

“ขอบใจนะ วันนี้ฉันอยากนั่งเงียบ ๆ หน่อย เธอกลับไปพักเถอะ”

เขารับคำ ไม่ได้เก็บกระเป๋ากล้องทันทีอย่างที่เธอคิด

“มีอะไรอีกไหม นนท์”

“ไม่มีครับ แค่จะบอกว่าพรุ่งนี้ผมมาเช้า ถ้าหมออยากดูภาพไหนเพิ่ม ฝากไว้ได้”

เธอพยักหน้าแล้วขอบคุณอีกครั้ง

รถของจ่าเนศยังไม่ออกจากหน้าโรงพยาบาล ภูเมืองกำลังตอบข้อความงานเมื่อเห็นนวลละออเดินออกมา

เขาลดกระจก

“เรียกรถได้หรือยังครับ”

“ได้แล้วค่ะ 3 นาทีถึง”

“งั้นผมรอให้ขึ้นรถก่อน”

เธอไม่ได้ห้าม ยืนเว้นระยะจากประตูรถเล็กน้อย ก่อนถามขึ้น

“ถ้ามีงานด่วนตอนกินข้าว สารวัตรจะไปไหมคะ”

ภูเมืองวางโทรศัพท์

“ถ้าจำเป็นต้องไป ผมก็คงต้องไปครับ แต่จะบอกหมอ ไม่ปล่อยให้นั่งเดา”

นวลละออมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

“ฉันไม่ชอบรอโดยไม่รู้ว่าจะกลับมาไหม”

“ครับ ผมจะจำไว้”

รถที่เรียกเลี้ยวเข้ามา เธอตรวจทะเบียนก่อนเปิดประตู แล้วหันกลับมา

“ขอบคุณที่ถามเรื่องอื่นด้วยนะคะ”

ภูเมืองยิ้มให้ พอรถเคลื่อนออก จ่าเนศจึงเข้าเกียร์

“กลับเลยนะครับ หรือยังมีใครไม่ได้กินข้าวอีก”

“นายไง”

“เพิ่งนึกได้หรือครับ”

ภูเมืองหัวเราะแล้วบอกให้แวะร้านเดิม แต่ก่อนรถถึงปากซอย ข้อความจากดาบบุญส่งก็เข้ามา

เจอหน้า 15 กับ 16 แล้วครับ อยู่ในชุดต้นฉบับ

ถัดมาเป็นอีกบรรทัด

มีชื่อวิเชียรอยู่ในบันทึกด้วยครับ สารวัตรควรกลับมาดู

บทก่อนหน้า
บทถัดไป